วันนี้...เอาร้านไอติมของแม่มาโฆษณาสักหน่อย

ไอติมแม่เป็นไอติมกะทิสด แบบหนักเครื่อง(Extreme)สุดๆ

 

อันนี้หน้าร้านเพิ่งเปลี่ยนบ้านหลังใหม่

 

 

หน้าร้านอีกครั้ง สังเกต มีเครื่องเยอะมากๆๆ

ราคา ใส่ถ้วยเล็ก 10 บาท ถ้วยใหญ่ 15 บาท  ใส่กล่อง  20  บาท

 

 มีเครื่องเยอะมาก อาทิ ถั่วแดง, วุ้นมะพร้าว, สัปปะรด, ฟักทอง, มัน, ลูกชิด, เผือก, ข้าวเหนียว, โอวัลติน และไข่สด

 

เออ  ลืมบอก ใส่ไข่ ราคา  25  บาท  เราก็เพิ่งเคยกินไอติมใส่ไข่ที่ร้านแม่นี่แหละ

ไข่สดๆ เฉพาะไข่แดง เอามากวนๆๆกับไอติม

 

จนไข่แข็ง...อ้าส์~

 

จนได้แบบนี้

 

สังเกตเห็นสีส้มๆเหลืองๆ ไหม?

นั้นแหละ ไข่แดงที่แข็ง

 

อร่อยมากเลยนะ

 

 หลักฐานความอร่อย...

 

 

 

ร้านไอติมแม่อยู่ ลาดกระบัง ปากซอย ม.ลาดกระบังเลย ตรงแยกร้านแฟมิลี่มาต

 

เปิดตั้งแต่ 16.30 น. ถึง 22.00 น. นะ

 

ลองมาได้  ที่อยากแนะนำที่สุดคือ (ไอติมกะทิสด..ใส่ไข่  อร่อยมากกก...ขอบอก) 

 

 

อีกแล้ว...ที่อีชั้นได้เจอเหตุการณ์ที่น่าประทับใจ (- -") สุดๆ บนรถเมล์

หลังจากคราวก่อนที่ได้ อับอาย ไปแล้วครั้งหนึ่ง

 

แต่วันนี้ อีชั้น เป็นเพียงผู้โดยสาร ธรรมดาคนหนึ่ง ที่นั่งรถเมลืไปทำงาน

เฉกเช่นทุกวัน โดยรถร่วมบริการ สายที่ตัวเลขเรียงกันจากน้อยไปมาก 

 วิ่งระหว่าง อ้อมน้อยไปสนามหลวง

ก็น่าจะพอรู้นะว่าสายไหน?

 

อีชั้นก็ขึ้นรถเมล์ที่มีคนหนาแน่นเป็นปกติค่ะ...แต่วันนี้โชคดีหน่อยได้นั้งเร็ว

เหตุการณมันเริ่มจากนี้นี่เอง...ระหว่างที่กำลังมองดูโน้นนี่ ตามประสาคนไม่มีอะไรทำ

รถเมล์ก็กำลังวนวงแหวน เพื่อจะเข้าถนนสายหลัก...แต่ระหว่างนั้นก็มีชายฉกรรณ์

ลุกขึ้นมาถามกระเป๋ารถเมล์ ซึ่งเป็นผู้หญิง อายุ ไม่น่าจะเกิน 25 ปี (อันนี้อิชั้นก็เดาอายุหล่อนไม่ถูกเหมือนกันค่ะ)

เป็นผู้หญิงตัวเตี๊ย ผิวคล่ำ ชายฉกรรณ์ (ท่าทางจะเป็นคนอีสาน) (อันนี้ไม่รู้เดาเอา) คนนั้นก็

ชายฉกรรณ์   :  ป้าย...........(ได้ยินไม่ชัด)  "ถึงรึยัง"

กระเป๋าหญิง  :  เลยมาแล้ว...แล้วทำไมไม่รู้จักถามละ

ชายฉกรรณ์   :  แล้วทำไมไม่บอกหล่ะ

กระเป๋าหญิง  :  ก็หัดรู้จักถามมั่งสิ...นั่งหลับอยู่ได้

ชายฉกรรณ์   :  (มองหน้า กระเป๋าหญิง อย่างแค้น + อาย)

กระเป๋าหญิง   :   มองหน้า...มองหน้า

ชายฉกรรณ์   :  (มองหน้า กระเป๋าหญิง อย่างแค้น)

กระเป๋าหญิง   :   กูไม่ใช่เพื่อนมึงนะโว้ย มามองหน้า

ชายฉกรรณ์   :  (มองหน้า กระเป๋าหญิง อย่างแค้นจัด)

กระเป๋าหญิง   :   กูไม่ใช่พ่อแม่มึงนะโว้ย ต้องมานั่งบอกว่าถึงไหนแล้วเสื่อกมานั่งหลับ

ชายฉกรรณ์  ลงรถไปแล้ว แต่ยัง มองหน้า กระเป๋าหญิง อย่างแค้นจัด (เหมือนอยากจะด่ากลับแต่ส่งสัยว่า

ไม่อยากจะมีเรื่องบวกความอายด้วยแหละมั้ง)

กระเป๋าหญิง   :   มองหน้า เดี๊ยะ ตบให้แม่งหายลาวเลย!  (อันนี้อิชั้นประทับใจมากค่ะ)

อีชั้น นั่งรถต่อไปด้วยอาการเกร็ง "กลัวจะหายลาว"  แต่อยากแนะนำหล่อน(กระเป๋ารถเมล์หญิง)

จังเลยว่า น่าจะไปเปิดศูนย์ศัลกรรมหน้าลาวนะ  ท่าจะรุ่ง!

 

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมเค้าไม่ปรับปรุงการบริการที่ดีสักทีเน้อ  กูขึ้นมาก็เสียตังค์นะโว้ย!!!!!

 

 

 

ขอรับรองว่า คำพูดของทั้งสองท่าที่พิมพ์ไปนั้น อาจจะขาดตกนิดหน่อยเพราะจำไม่ได้

แต่อิชั้นไม่ได้แต่งเติมใดๆทั้งสิ้น  (หล่อนพูดอย่างนี้จิงๆนะ)

มีเรื่องตื่นเต้นมาอีกแระละค่ะ

เมื่อวานไปที่ศิริราชมา....

คือไปช่วยพี่ช่างเค้าคิดตั้งเครื่อง ตัด ปั้น ดูด

อะ งง ? คือมันเป็นเครื่องรักษาโรค ทางหู ตา จมูก อะค่ะ

ทางบริษัทเค้าให้นักศึกษา และอาจารย์ให้ทดลองใช้

ตอนแรกไปเข้าไปที่ตึก พิพิธภัณฑ์ คองดอน

กลิ่นฟอร์เมอร์รีนหรือป่าวไม่แน่ใจนะ คลุ้งไปทั้งบริเวณ

ขณะที่นั้งรอเจ้าหน้าที่อยู่นีนั้น ก็มีอาจารย์ใหญ่(ศพเพื่อการศึกษา)ผ่านมาตลอด

ขณะที่รอพี่เค้าก็ชวนไปดูพิพิธภัณฑ์กัน ได้เห็นอะไรแปลกๆเยอะเลยคุณ

เยื่ยมชมสถานที่เป็นที่เรียบร้อยก็ถึงเวลาขนของกันไปยังห้องที่ใช้ในการศึกษา

อาจารย์ใหญ่ก็อยู่เต็มห้องประมาณ 15-18 ท่านได้

ทุกท่านถูกคลุมด้วยผ้าเขียว แล้วเราก็ลำเลียงอุปกรณ์เข้าไปให้ห้องที่มีกลิ่นฉุนมาก

ต้องขอบคุณผ้าปิดปากและถุงมือป้องกันเชื้อรา

เมื่อของถูกติดตั้งอุปกรณ์เสร็จ

อาจาร์ยจริงๆเค้าก็ขอทดลองใช้กับอาจารย์จริงๆดู

จื้ดดดดด จื้ดดดดด เสียวจัง เครื่องมือถูกแทงเข้าที่จมูกและก็ปั่นๆๆๆๆๆ

เสียวดีค่ะ......

แล้วก็ต้องมาล้างอุปกรณ์อ่ะมีเศษเนื้อติดมาด้วยหล่ะ

สนุกมากเลยวันนั้น ......

ไว้จะไปอีกครั้งแหละ.....